ในโลกของการบริหารจัดการระดับสูงนั้น บทเรียนที่ทรงพลังที่สุดในรอบทศวรรษย่อมหนีไม่พ้น สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) ที่กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมทางการเมืองอย่างหนักหน่วง สิ่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นบทเรียนทางธุรกิจที่ ลึกซึ้ง ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการบริหารงานในทุกระดับ
หัวใจสำคัญของเหตุการณ์นี้อยู่ที่ ประธานเฟดผู้กุมชะตาเศรษฐกิจโลก ผู้ที่ต้องรักษาความสมดุลระหว่างการเติบโตและเสถียรภาพ ตามมาตรฐานสากล ธนาคารกลางต้องมีความเป็นอิสระ (Independent) หากขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจ ผลลัพธ์ที่ตามมามักจะเป็นวิกฤตเงินเฟ้อที่รุนแรง
ในแวดวงธุรกิจ เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ถูกบีบให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หากคุณเป็นวิศวกรที่ถูกสั่งให้ลดมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อลดต้นทุน พาวเวลล์เลือกที่จะยืนหยัดในหลักการ แม้จะถูกโจมตีผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง แต่นี่คือบทพิสูจน์ว่า การเมืองในที่ทำงาน ความน่าเชื่อถือสร้างได้ด้วยการยืนหยัดในสิ่งที่ควรทำ
อีกหนึ่งบทเรียนที่เราเรียนรู้ได้คือ การพยายามเปลี่ยนตัวบุคคลเพื่อให้ได้คนที่สั่งได้ ในโลกธุรกิจเราเห็นสิ่งนี้ได้บ่อยครั้ง แต่ผลลัพธ์จากการที่ผู้นำเลือกใช้หุ่นเชิด นวัตกรรมและไอเดียใหม่ๆ จะหายไปจากบริษัท
เหตุผลที่บริษัทระดับโลกสนับสนุนการโต้แย้ง:
ประเด็นที่ผู้นำทางการเมืองต้องการควบคุมมากที่สุด คือการกำหนดราคาของเงินในตลาด ทำไมทุกคนถึงแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมสิ่งนี้? เพราะดอกเบี้ยคือตัวเร่งหรือตัวเบรกเศรษฐกิจที่เร็วที่สุด
การลดดอกเบี้ยที่ผิดจังหวะจะส่งผลเสียดังนี้:
บทสรุปของเกมอำนาจในครั้งนี้ สอนให้เราเห็นว่าความสำเร็จที่ยั่งยืน คือการมีระบบที่ตรวจสอบได้และผู้นำที่กล้าหาญ ไม่ว่าคุณจะทำงานในตำแหน่งใด จงสร้างวัฒนธรรมที่เน้นความเป็นมืออาชีพ เพื่อที่องค์กรของคุณจะสามารถฝ่าฟันมรสุม
การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจจะลำบากในวันนี้ แต่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเสมอ นี่คือบทเรียนจากวอชิงตันที่ธุรกิจทุกระดับห้ามมองข้าม